รอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจได้โดยข้อแนะนำ 8 ข้อนี้

ทุกวันนี้ไม่ว่าเราจะเป็นคนมั่งมีหรือยากจนเพียงใดก็มีจุดจบเช่นเดียวกันคือความตาย วิกฤตเศรษฐกิจก็เช่นเดียวกัน เพราะถือว่าจะต้องเกิดซักครั้งหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตในประเทศตนเองหรือประเทศเพื่อนบ้านก็ตาม เพราะหากพูดกันตามตรงวัฏจักรเศรษฐกิจนั้นมีขึ้นมีลง บางครั้งก็ขึ้นสูงจนตกใจ บางครั้งก็ตกต่ำจนน่าใจหาย จนสามารถทำลายประเทศๆนึงได้เลยล่ะ 

อีกทั้งเรื่องเศรษฐกิจยังเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด และวิกฤตเศรษฐกิจนั้นส่งผลกับคนทุกชนชั้น ดังนั้นเราทุกคนจึงควรเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ  

โดยเราได้รวมวิธีเอาตัวรอดจากวิกฤตครั้งใหญ่ที่เคยเกิดขึ้นแล้วใน ช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น วิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย(วิกฤตต้มยำกุ้ง) วิกฤตสินเชื่อซับไพรม์(วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์) วิกฤตหนี้สาธารณะยุโรป(วิกฤตยูโรโซน) และวิกฤตในประเทศเวเนซุเอลา โดยขอสรุปแบบย่อดังนี้

วิกฤตเศรษฐกิจ

วิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย (วิกฤตต้มยำกุ้ง) เกิดเมื่อปี พ.ศ.2540

ซึ่งหลักๆเกิดจากภาครัฐเปิดเสรีทางการเงินให้ต่างประเทศเข้ามามากจนเกินไป เพื่อความหวังที่จะเป็นเสือเศรษฐกิจตัวที่ 5 ของเอเชีย โดยไม่ได้คิดถึงความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายที่จะตามมา จนกลายเป็นวิกฤตฟองสบู่แตก ประกอบกับปัญหาการต่อสู้ค่าเงินจนทำให้ทุนสำรองระหว่างประเทศเกือบหมด 

จนสุดท้ายต้องยอมประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ทำให้หนี้สินที่กู้มาจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งผลที่ตามมาก็คือธุรกิจปิดกิจการ มีคนตกงานเป็นจำนวนมาก เศรษฐีพันล้านกลายเป็นมีหนี้สินเป็นจำนวนมาก 

วิกฤตเศรษฐกิจ

วิกฤตสินเชื่อซับไพรม์(วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์) เกิดเมื่อปี พ.ศ.2550

เรื่องเกิดที่สหรัฐอเมริกา โดยส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเรื่องเกิดจากสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อสังหาริมทรัพย์ให้กับกลุ่มลูกค้าด้อยคุณภาพ และพัฒนาเครื่องมือทางการเงินเพื่อซื้อขายสินเชื่อประเภทนี้ได้ง่ายและสะดวก จนเติบโตเร็วยิ่งขึ้น จนทำให้เกิดเป็นฟองสบู่ขนาดใหญ่ 

จากวิกฤตนี้ทำให้ดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น แต่สวนทางกลับราคาบ้านที่ปรับตัวลดลง กลุ่มลูกหนี้เกิดผ่อนจ่ายไม่ไหวเป็นหนี้เสียมากจนเกินไป จนควบคุมไม่อยู่ ส่งผลให้สถาบันทางการเงินชั้นนำของสหรัฐอเมริกาบางเเห่งปิดตัวลง บางแห่งต้องเพิ่มทุน บางแห่งถึงขั้นขายกิจการเพื่อความอยู่รอด ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เเน่ชัดเเล้วว่าแม้กระทั่งประเทศที่พัฒนาเเล้วและมีทั้งนักวิชาการเก่งๆ ก็ยังสามารถเกิดวิกฤตได้เช่นกัน 

วิกฤตเศรษฐกิจ

วิกฤตหนี้สาธารณะยุโรป(วิกฤตยูโรโซน) เกิดเมื่อปี พ.ศ.2552

ซึ่งเกิดจาก สหภาพยุโรปเริ่มก่อตัวจากกลุ่มยุโรปใต้ (PIIGS) ดำเนินเศรษฐกิจล้มเหลว บางประเทศใช้ระบบประชานิยม ก่อหนี้สารณะมากจนไม่สามารถชำระได้ ส่งผลให้กลุ่มโซนยุโรปแย่ไปตามๆกัน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวิกฤตที่แสดงให้เห็นว่าแม้แต่ประเทศที่มีการพัฒนาตลอดการเงินจนสามารถใช้เงินสกุลเดียวกันได้ ยังไม่พ้นเกิดวิกฤต 

วิกฤตเศรษฐกิจ

วิกฤตในประเทศเวเนซุเอลา เกิดเมื่อปี พ.ศ.2559

โดยเป็นวิกฤตที่เกิดกับประเทศที่ได้ชื่อว่าร่ำรวยที่สุดในอเมริกาใต้ ทั้งยังติด 1 ใน 20 อันดับของประเทศที่มั่งคั่งที่สุดในโลกอีกด้วย แต่เรื่องเกิดจากราคาน้ำมันตกต่ำมาก ซึ่งถือเป็นรายได้หลักของประเทศ และก่อนหน้าวิกฤตยังใช้ระบบประชานิยมในการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนมากเกิดไป พอเกิดวิกฤตก็ทำให้รายได้น้อยลงและไม่สามารถใช้หนี้สาธารณะจากระบบประชานิยมได้ จนเกิดการขาดเเคลนอาหารและยารักษาโรค จนในที่สุดเกิดเงินเฟ้ออย่างรุนแรง จนมูลค่าเงินโบลิวาร์แทบไร้ค่า ซึ่งสิ่งที่ผิดพลาดอย่างมากในการแก้ปัญหาของภาครัฐอย่างไม่ตรงจุด ซึ่งไม่อยากให้เห็นประเทศไทยเราต้องมาอยู่ในจุดนี้เลย 

ซึ่งวิกฤตทั้งหมดที่เคยผ่านสอนให้เรารู้หลายๆ อย่าง แต่อย่างนึงที่เหมือนกันก็คือความพร้อมในด้านการเงิน ที่จัดว่าเป็นสิ่งที่สามารถมั่นใจได้มากที่สุดถ้าหากเกิดวิฤตขึ้นมาจริงๆ

วิธีการเตรียมความพร้อมโดยสามารถแบ่งเป็นข้อๆได้ดังนี้ 

  • ควรมีรายได้หลายๆช่องทางและต้องสม่ำเสมอ 
  • ออมเงินอย่างน้อย 30% ของรายได้ 
    สามารถอ่าน 8 วิธีเก็บเงินได้ที่ วิธีเก็บเงิน
  • มีเงินสำรองฉุกเฉินให้ใช้ได้เพียงพอสำหรับ 12 เดือน 
  • ไม่สร้างหนี้เกินจำเป็นและไม่เกิน 2 เท่าของทรัพย์สิน 
  • เก็บเงินสดและสิ่งของจำเป็นไว้ที่บ้านบ้าง 
  • แบ่งทรัพย์สินเป็นหลายๆ ส่วนเช่น ถือเงินสกุลต่างประเทศ ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ 
  • เลือกโรงเรียนลูกที่สามารถจ่ายค่าเทอมไหว 
  • ตามติดสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองอย่างใกล้ชิด 

ซึ่งแน่นอนว่าทุกวิกฤตไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าซักวันนึงมันอาจจะเกิดขึ้นอีก ดังนั้นเราจึงควรที่จะรู้วิธีรับมือกับวิกฤตไว้ อย่างน้อยก็เพื่อเตรียมความพร้อมไว้ไม่เสียหายอะไร และเราก็ได้แต่หวังว่าอย่าให้เกิดวิกฤตอะไรอีกเลย

สำหรับเพื่อนๆที่กำลังหารายได้เสริม สามารถอ่านอาชีพเสริมทําที่บ้านได้ที่ อาชีพเสริมทําที่บ้าน

สามารถติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : CoolCrewTH